27 เมษายน 2562 พาณิชย์ ระบุนำปาล์มไปผลิตเป็นกระแสไฟฟ้าและส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี20 จะช่วยแก้แก้ปัญหาราคาปาล์มตกต่ำได้

ที่มา: http://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG***************

อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยสาเหตุที่ราคาผลปาล์มน้ำมันตกต่ำในขณะนี้ว่า เนื่องจากอากาศร้อนจัดส่งผลให้ผลปาล์มมีสภาพสุกแดดจากความร้อนจนทำให้ทางใบและคอปาล์มพับลงมา เกษตรกรจึงต้องเร่งตัดผลปาล์มเพื่อส่งขายให้กับโรงสกัด ซึ่งเกษตรกรต้องรอคิวนาน 1-2 วัน ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการขนส่งเพิ่มขึ้นและเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มลดลงประกอบกับใกล้เปิดภาคเรียนเกษตรกรจึงเร่งตัดผลปาล์มเพื่อมาเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับบุตรหลานในขณะที่การส่งออกลดลงเนื่องจากสหภาพยุโรปออกมาตรการยกเลิกใช้น้ำมันปาล์มในการผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพ รวมทั้งการขึ้นอัตราภาษีนำเข้าของอินเดียซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันปาล์มอันดับ 1 ของโลก ทั้งนี้ กรมการค้าภายใน ได้บูรณาการการดำเนินมาตรการปรับสมดุลน้ำมันปาล์มในประเทศภายใต้คณะอนุกรรมการฯโดยได้ประกาศรับสมัครผู้จำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบให้แก่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้าตั้งแต่วันที่ 2 มกราคมถึงมีนาคม 2562 ซึ่งครบถ้วนตามเป้าหมาย 160,000 ตันแล้วและปัจจุบัน กฟผ. ได้รับมอบน้ำมันปาล์มดิบแล้วจำนวน152,000 ตัน คงเหลือที่จะรับมอบเพิ่มเติมอีก 8,000 ตัน ภายในเดือนเมษายนนี้สำหรับการผลักดันการใช้ด้านพลังงาน ได้กำหนดเป้าหมายการส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลหมุนเร็วบี20 วันละ20 ล้านลิตร ซึ่งขณะนี้ทุกหน่วยงานได้เร่งรัดขับเคลื่อนให้บรรลุเป้าหมายทั้งการประกาศรับรองมาตรฐานคุณภาพน้ำมันบี20 กำหนดยี่ห้อและรุ่นรถยนต์ที่สามารถใช้บี20 ได้การเพิ่มสถานที่จำหน่ายเพื่อกระจายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่การส่งเสริมบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ที่มีความพร้อมในการพัฒนาเครื่องยนต์ของรถยนต์รุ่นใหม่ให้รองรับการใช้บี20  รวมทั้งมาตรการลดราคาจำหน่ายบี20 ต่ำกว่าน้ำมันดีเซลลิตรละ 5 บาทและการลดภาษีรถยนต์ที่ใช้ไบโอดีเซลซึ่งมาตรการจูงใจดังกล่าวจะสามารถรองรับน้ำมันปาล์มดิบได้ปีละมากกว่า 1,270,000 ตัน ซึ่งคาดว่าการขับเคลื่อนมาตรการของภาครัฐทั้งสองมาตรการจะช่วยลดสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีอยู่ประมาณ 370,000 ตัน ให้คงเหลือในระดับสต็อกปกติในอีก 2 เดือนข้างหน้าเพื่รักษาเสถียรภาพราคาผลปาล์มน้ำมันที่เกษตรกรขายได้ให้อยู่ในระดับที่เกษตรกรอยู่ได้